
นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญบารมีอยู่ ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าพรหมทัต” กษัตริย์ผู้ทรงปรีชาญาณแห่งกรุงพาราณสี
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงบรรทมหลับ พระองค์ทรงสุบินนิมิตประหลาดถึง 16 ประการ ซึ่งเป็นนิมิตที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งดีและร้าย
เมื่อทรงสุบินนิมิตแล้ว พระองค์ก็ทรงตื่นบรรทมด้วยความกังวล พระองค์ทรงใคร่ครวญถึงความหมายของนิมิตเหล่านั้น แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
พระองค์จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเหล่าปุโรหิตและพราหมณ์ผู้รู้ทำนายฝัน เพื่อขอคำปรึกษา
“ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าฝันประหลาดถึง 16 ประการ โปรดช่วยทำนายให้ข้าพเจ้าทีว่านิมิตเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร” พระเจ้าพรหมทัตตรัส
เหล่าปุโรหิตและพราหมณ์ ได้ฟังดังนั้น ก็ต่างพากันครุ่นคิด และเริ่มทำนายฝันของพระองค์ทีละประการ
นิมิตที่ 1: “ข้าพเจ้าฝันเห็นต้นไม้ใหญ่ มีรากงอกขึ้นสู่เบื้องบน และกิ่งก้านแผ่ลงสู่เบื้องล่าง”
ปุโรหิตทำนายว่า “ข้าแต่พระมหากษัตริย์ นิมิตนี้หมายถึงว่า กษัตริย์จะทรงปกครองโดยขาดทศพิธราชธรรม ราษฎรจะเดือดร้อน”
พระเจ้าพรหมทัตทรงฟังแล้ว ก็ทรงไม่สบายพระทัย แต่ก็ทรงยอมรับว่าอาจเป็นไปได้
นิมิตที่ 2: “ข้าพเจ้าฝันเห็นกบตัวใหญ่ กินงูเห่าตัวเล็ก”
ปุโรหิตทำนายว่า “นิมิตนี้หมายถึงว่า คนพาลจะเบียดเบียนบัณฑิต”
นิมิตที่ 3: “ข้าพเจ้าฝันเห็นเกวียนเทียมด้วยม้า 4 ตัว แต่เกวียนกลับถอยหลัง”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า ผู้ปกครองจะทำสิ่งที่ผิดพลาด ทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย”
นิมิตที่ 4: “ข้าพเจ้าฝันเห็นผลมะม่วงสุกแล้ว แต่ยังมีผลดิบอยู่มาก”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่กระทำการไม่เหมาะสม ตำแหน่งสูงกว่าผู้ที่ควรจะได้รับ”
นิมิตที่ 5: “ข้าพเจ้าฝันเห็นหม้อดินที่ไร้ด้ามจับ”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ทำหน้าที่ที่สำคัญ แต่ขาดหลักการและเหตุผล”
นิมิตที่ 6: “ข้าพเจ้าฝันเห็นก้อนหินที่ไม่มีรูปทรง”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ขาดคุณธรรม จริยธรรม ในการดำรงตน”
นิมิตที่ 7: “ข้าพเจ้าฝันเห็นผักกาดที่ใบเหี่ยวแห้ง แต่ยังมีน้ำแกงเต็มหม้อ”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสถานะของตน”
นิมิตที่ 8: “ข้าพเจ้าฝันเห็นน้ำเต้าที่ไม่มีเมล็ด”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ไร้ความสามารถ แต่ได้ตำแหน่งหน้าที่สำคัญ”
นิมิตที่ 9: “ข้าพเจ้าฝันเห็นข้าวสารที่หุงสุกแล้ว แต่ยังมีเมล็ดดิบปะปนอยู่”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่มีความรู้ แต่ขาดสติปัญญาในการใช้ความรู้นั้น”
นิมิตที่ 10: “ข้าพเจ้าฝันเห็นท่อนไม้ที่ถูกเลื่อยเป็นชิ้นๆ”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่แตกแยกสามัคคี ทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก”
นิมิตที่ 11: “ข้าพเจ้าฝันเห็นนกเขาขันเสียงดัง”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ทำความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”
นิมิตที่ 12: “ข้าพเจ้าฝันเห็นหมาป่าล่าเนื้อ”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่กระทำการทุจริต คดโกง”
นิมิตที่ 13: “ข้าพเจ้าฝันเห็นงูเลื้อยพันรอบคอ”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง หรือได้รับความเดือดร้อนจากผู้อื่น”
นิมิตที่ 14: “ข้าพเจ้าฝันเห็นหม้อที่เต็มไปด้วยน้ำ และมีฟองผุดขึ้นมา”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ทำความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”
นิมิตที่ 15: “ข้าพเจ้าฝันเห็นม้าที่วิ่งไปข้างหน้า แต่กลับถูกฉุดรั้งไว้”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่พยายามทำความดี แต่ถูกขัดขวาง”
นิมิตที่ 16: “ข้าพเจ้าฝันเห็นต้นไม้ที่ไม่มีใบ และมีผลออกมา”
ปุโรหิตทำนายว่า “หมายถึงว่า จะมีผู้ที่ทำสิ่งที่สวนทางกับธรรมชาติ”
เมื่อปุโรหิตทำนายเสร็จ พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงยิ่งวิตกกังวลมากขึ้น
แต่แล้ว ก็มีพราหมณ์ผู้หนึ่งผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ชื่อว่า “มหาสุบิน” ได้เข้ามากราบทูลพระองค์ว่า
“ข้าแต่พระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้าขอทูลอธิบายความหมายของนิมิตทั้ง 16 ประการใหม่”
“นิมิตแรก ต้นไม้รากชี้ฟ้า กิ่งก้านชี้ดิน หมายถึง ในอนาคตอันใกล้ จะมีกษัตริย์ผู้ทรงตั้งอยู่ในธรรม จะทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ผู้คนจะอยู่เย็นเป็นสุข”
“นิมิตที่สอง กบกินงูเห่า หมายถึง ผู้ที่ด้อยกว่า จะเอาชนะผู้ที่เหนือกว่าได้ ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ”
“นิมิตที่สาม เกวียนถอยหลัง หมายถึง ผู้ที่เคยทำผิดพลาด จะกลับตัวกลับใจ และทำสิ่งที่ถูกต้อง”
“นิมิตที่สี่ มะม่วงสุกและดิบ หมายถึง จะมีผู้ที่มาก่อนได้ตำแหน่งก่อน แม้จะยังไม่พร้อม”
“นิมิตที่ห้า หม้อไร้ด้าม หมายถึง จะมีผู้ที่ทำงานสำคัญ แต่ขาดความรอบคอบ”
“นิมิตที่หก ก้อนหินไร้รูปทรง หมายถึง จะมีผู้ที่ขาดคุณธรรม แต่จะมีอำนาจ”
“นิมิตที่เจ็ด ผักกาดเหี่ยว แต่น้ำแกงเต็มหม้อ หมายถึง จะมีผู้ที่ภายนอกดูดี แต่ภายในอ่อนแอ”
“นิมิตที่แปด น้ำเต้าไร้เมล็ด หมายถึง จะมีผู้ที่ไม่มีความสามารถ แต่ได้ตำแหน่งสำคัญ”
“นิมิตที่เก้า ข้าวสารสุกและดิบ หมายถึง จะมีผู้ที่มีความรู้ แต่ขาดประสบการณ์”
“นิมิตที่สิบ ท่อนไม้เลื่อย หมายถึง ความแตกแยกในสังคม แต่จะกลับมารวมกันใหม่”
“นิมิตที่สิบเอ็ด นกเขาขัน หมายถึง ความสุขที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง”
“นิมิตที่สิบสอง หมาป่าล่าเนื้อ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่ผู้ดีจะเข้ามามีอำนาจ”
“นิมิตที่สิบสาม งูพันคอ หมายถึง การได้รับความเคารพจากผู้อื่น”
“นิมิตที่สิบสี่ หม้อมีฟอง หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง”
“นิมิตที่สิบห้า ม้าวิ่งแล้วถูกฉุดรั้ง หมายถึง การเดินทางที่ประสบความสำเร็จ”
“นิมิตที่สิบหก ต้นไม้ไร้ใบมีผล หมายถึง การได้รับผลสำเร็จจากการกระทำ”
พระเจ้าพรหมทัตทรงฟังคำทำนายของมหาสุบินแล้ว ก็ทรงคลายความกังวล และทรงเลื่อมใสในปรีชาญาณของมหาสุบินเป็นอย่างยิ่ง
พระองค์ทรงตระหนักดีว่า แม้จะทรงสุบินนิมิตประหลาดเพียงใด หากทรงตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม และปกครองด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว บ้านเมืองก็จะสงบสุข และพระองค์ก็จะทรงรอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง
พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหาสุบินชาดกนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีลางบอกเหตุร้ายเพียงใด หากเรามีสติปัญญา และตั้งมั่นอยู่ในความดีงามแล้ว เราก็จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้
“การทำนายฝันนั้น เป็นเพียงการเตือนสติให้เราระมัดระวัง และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การดำรงตนอยู่ในคุณธรรม และทำความดีอยู่เสมอ”
— In-Article Ad —
การมีสติปัญญาและความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ย่อมสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ แม้จะมีลางบอกเหตุร้ายเพียงใดก็ตาม การตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมและการทำความดี คือหนทางสู่ความสงบสุขและความเจริญที่แท้จริง
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
35เอกนิบาตกุมารชาดกณ ดินแดนชมพูทวีป อันรุ่มรวยด้วยพระพุทธศาสนา ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่าโชติปาละ ...
💡 การให้ทานย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ ถึงแม้จะลำบากเพียงใดก็ตาม การเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมได้รับผลบุญอันประเสริฐ
227ทุกนิบาตมุสิกชาดก (Musika Jataka)ในยุคโบราณกาล ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งมีนาข้าวเขียวขจีเหลืองอร่าม เป็...
💡 การเตรียมพร้อมล่วงหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
94เอกนิบาตสุวรรณหังสชาดกณ เมืองมถุราอันรุ่งเรือง ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นหงส์ทองคำผู้มีปัญ...
💡 ปัญญาและความเมตตา เป็นสิ่งประเสริฐที่ควรบำเพ็ญ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งเกียรติยศและความสุข.
63เอกนิบาตสุปารักขิตชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรืองในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราช...
💡 การใช้สติปัญญาและคุณธรรมในการแก้ไขปัญหา ย่อมมีพลังมากกว่ากำลังหรืออาวุธ
393ฉักกนิบาตปุสสติชาดกณ แคว้นอวันตี อันเป็นแคว้นที่มีความสง่างาม และมีเมืองหลวงชื่อว่า “อุชเชนี” เมืองที่เคยรุ่ง...
💡 ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี ย่อมได้รับการตอบแทนอันประเสริฐ.
294ติกนิบาตสิริธนชาดก ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองไปด้วยศาสนาและศิลปะ ประชาชนอยู่อย่างผาสุกภายใต้ร่มเงาแห่งธรรม กาล...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นกิเลสที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง ทรัพย์สมบัติที่เรามีนั้น หากไม่รู้จักแบ่งปัน ก็เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่าและนำมาซึ่งโทษ
— Multiplex Ad —